[SF] บรรลุนิติภาวะ

posted on 22 May 2012 18:36 by dreaminz  in Fiction
จากคลิปนี้
 

จึงทำให้เกิดฟิคเฉพาะกิจเนื่องในวันฉลองบรรลุนิติภาวะของแอล ,,,
ขอจัดมยองยอลเต็มๆ นะ


 

ONE KISS
I just wanna kiss, I never wanna miss


 เขาว่ากันว่า เมื่อถึงวันบรรลุนิติภาวะของใครซักคนหนึ่งแล้ว ... ของขวัญที่เขาคนนั้นควรจะได้รับก็คือดอกกุหลาบ น้ำหอม และจูบจากใครซักคน (?) ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนคิดขึ้นมา แต่ถึงยังไงก็คงต้องเชื่อไปตามนั้นแหละ มันก็เป็นธรรมเนียมนี่เนอะ

แต่ว่ามันถึงแล้วเรอะ ... ไวจัง

.

.

.

120517

ณ เวที M Countdown ก่อนที่จะขึ้นแสดงก็กลับมีสต๊าฟเดินมาบอกกับมยองซูว่าจะต้องมีสัมภาษณ์ช่วงสั้นๆ ด้วย ตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเท่าไรนัก คงเป็นเพราะในฐานะหน้าตาของวง ถูกเลือกให้ไปก็ต้องไป (ใช่มั้ย?) แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่นั้นน่ะสิ เห็นสคริปต์แล้วตัวเขาเองก็ต้องถึงบางอ้อทันที นี่มันวันบรรลุนิติภาวะของตัวเองนี่หว่า

เออ... จริงด้วยแฮะ 

เพราะว่ามัวแต่ยุ่งกับตารางงานอันแสนจะวุ่นวาย เพราะเป็นช่วงที่คัมแบ็คในอัลบั้มล่าสุด คิวงานของวงเต็มเปรี๊ยะ แน่นเอี้ยดจนแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยทีเดียว

แค่คิดเรื่องงาน ซ้อมเพลง ซ้อมเต้น ซ้อมคิว แค่นี้ต้องใช้พื้นที่ในสมองไปจนเกือบจะเต็มแล้ว ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้มากเท่าไรหรอก

 

บนเวทีตอนนี้ MC กำลังอวยพรให้เขาเลยทีเดียว โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรนัก ก็ตามน้ำไปละกันนะ มยองซูเดินไปยืนคู่กับเขาพร้อมทั้งยิ้มและโบกมือทักทายให้กับแฟนๆ ด้วยสีหน้าเริงร่า เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาแฟนคลับที่พากันมาเชียร์ในฮอลล์วันนี้ยิ่งนัก

 

“และแล้ววันนี้ก็เป็นวันบรรลุนิติภาวะของแอล วง Infinite นะครับ ขอแสดงความยินดีด้วยยยย”

“ขอบคุณมากครับ”

“ในเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องมอบดอกกุหลาบให้แอล แล้วก็น้ำหอม แล้วก็จูบ... ”

“อ่า ถ้าเป็นจูบล่ะก็ พวกInspirit จะให้ผมเองล่ะครับ” พูดสวนขึ้นมาทันที พร้อมทั้งสิ่งยิ้มไปยังแฟนๆ ที่ตอนนี้กรี๊ดสลบกันไปแล้วอย่างแน่นอน

“จริงอะ พูดแล้วจะกลับคำไม่ได้นะครับแอล”

“แน่นอนครับ”

“เอาล่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นแฟนๆ ของ Infinite ก็ต้องให้จุ๊บกับแอลเยอะๆ เลยนะครับ”

“ผมจะรอน๊า ....”

คำตอบทีเล่นทีจริงของเขาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้อย่างท่วมท้น บทสนทนาแค่สั้นๆ หลังจากนั้นก็ฝากอัลบั้มอีกสองสามประโยค พ่วงด้วยยิ้มหวานๆ กับใบหน้าหล่อๆ แค่นี้สาวๆ ก็หลงรักเขาจะแย่อยู่แล้ว การที่เป็นหน้าตาของวงมันดีแบบนี้นี่เองสินะ

การแสดงสุดพิเศษสำหรับวันนี้ เพลง Only tears กับ The Chaser ผ่านไปได้อย่างสวยงามและเป็นที่น่าประทับใจ เสียงอังกอร์ที่แฟนๆ ร้องตามพวกเขาดังกระหึ่มไม่แพ้ใคร เพียงเท่านี้ก็ทำให้พวกเขาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว พอเสร็จจากเวทีปุ๊บทั้งเจ็ดคนเดินลงมาพักยังบริเวณที่ถูกเตรียมไว้ให้ทันที

 

“ย่าห์ เดี๋ยวนี้นายก็บรรลุนิติภาวะแล้วสินะ” นัมอูฮยอน หนุ่มอารมณ์ดีเดินยิ้มเข้ามาแต่ไกล มุ่งหน้าตรงมายังแอลที่กำลังยืนพักหายใจอยู่

“ของขวัญผมล่ะ..”

“ของขวัญเรอะ?” นัมอูฮยอนถามกลับ พร้อมทั้งแกล้งน้องคนนี้ด้วยการโถมเข้าไปทำท่าจะจูบ ให้ตายเถอะ... ของขวัญชิ้นที่สามที่กะจะได้จากแฟนๆ นี่ตกลงจะได้จากไอ้พี่อูฮยอนสุดแสบใช่มั้ยเนี่ย

ส่วนพี่ๆ คนอื่นก็รักน้องซะเหลือเกิน ยืนหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มาช่วยน้องกันบ้างเลย

เคราะห์ดีที่เป็นเพียงการหยอกเล่นๆ เท่านั้น เรียกเสียงหัวเราะของใครหลายๆ คนได้ดีที่เดียว แต่ก็คงจะมีเพียงหนึ่งชีวิตเท่านั้นแหละ ที่นั่งนิ่งทำตาเขียวปั๊ดแบบที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าเขาคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่

ใช่แล้วล่ะ ... อีซองยอลคนนั้นล่ะ!

 

“ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันบรรลุนิติภาวะของคุณใช่มั้ยคะ”

“ครับ ผมลืมไปซะสนิทเลย มาบอกถึงได้นึกออกนะเนี่ยแหละครับ .. ตอนนี้ผมก็อายุครบ 20 ปีแล้ว บรรลุนิติภาวะเรียบร้อยแล้วครับ

ตอบไปพลางยิ้มไปราวกับว่าเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณายาสีฟัน หลังจากหมดเวลาในการสัมภาษณ์ต่างๆ นานา งานในวันนี้ก็สิ้นสุดลง แล้วก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนที่หอพักของพวกเขากันแล้ว

 

บรรยากาศภายในรถ จากที่ปกติจะเสียงดังโหวกเหวกโวยวายจนแทบจะเรียกได้ว่า “รำคาญ” แต่ในวันนี้กลับเงียบเชียบและสงบกว่าที่คิด นั่นเป็นเพราะหลายๆ คนต่างสลบคาที่ของตัวเองไปกันเกือบหมดแล้ว ก็คงจะมีแต่คนมีเรื่องให้ต้องคิดนี่แหละ ที่มันยังหลับตาไม่ลง

มยองซูเองก็กำลังจะหลับตาของีบซักพักก่อนที่จะถึงหอเช่นกัน แต่ก็ยังขอเหลือบไปมองคนที่นั่งอยู่ห่างออกไปซักนิดเถอะ ก็นึกว่าจะหลับไปแล้วแต่คำตอบที่ได้ก็คือยัง แถมยังเล่นจ้องตากับเขาเสียด้วย ... แต่นั่นเป็นสายตาที่ไม่ได้น่าจะสบตาด้วยเลยซักนิด โอ้ยยยย กลัวครับกลัว = = ก็เลยเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง และหันกลับมามองไปข้างหน้าอย่างไว จนในที่สุดรถตู้สีดำขลับก็พาทั้งเจ็ดชีวิตรอดปลอดภัยกลับมาถึงหอจนได้ บรรดาสมาชิกค่อยๆ ยืดยาดก้าวลงมาจากรถที่ละคน นี่ถ้าให้นอนต่อไปแล้วขับรถรอบกรุงโซลไปอีกซักรอบได้ก็คงจะดีไม่น้อย การที่ต้องตื่นนี่มันแสนทรมานเสียจริงๆ

ลีดเดอร์ซองกยูที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหลับในอยู่รึเปล่าเดินนำทีมเข้าไปในหอพักเป็นคนแรก ตามด้วยสมาชิกที่เหลือ จนกระทั่งถึงคนสุดท้าย ซองยอลลงมาจากรถเป็นคนสุดท้าย แต่ก็เจอกับพ่อหนุ่มพรีเซนเตอร์ยาสีฟันยืนรออยู่

“ทำไมยังไม่เข้าไป”

“รอเข้าไปพร้อมกัน”

“เรื่องมากจริงๆ” บ่นได้เพียงแค่นั้นก็เดินนำเข้าบ้านไป ทิ้งไว้ให้คนรอเดินตามต้อยๆๆ

นี่เขาเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันว่าทำไมวันนี้คนสวยของเขาจะกระฟัดกระเฟียดเป็นพิเศษ คือปกติทั่วไปก็จะมีเถียงกันบ้างทะเลาะกันบ้างแต่พองาม แต่ว่าวันนี้ยังไม่ได้เถียงกันซักคำแต่คนคนนั้นก็กลับเหวี่ยงนำไปแล้วหนึ่งสเตป

 

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ก็ได้เวลาพักผ่อนของแต่ละคน โดยปกติแล้วทั้งหมดจะมานั่งๆ นอนๆ รวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นกลางนี่แหละ ร้องเพลงบ้าง เต้นบ้าง กินขนมกันไปตามเรื่องตามราว แต่ ณ จุดนี้สภาพของแต่ละคนก็แลดูจะคล้ายซอมบี้ไปเต็มแก่แล้ว การแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมันเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

ภายในห้องนอนเล็กๆ ที่มีสามเตียง สมาชิกภายในห้องก็คือซองยอล ซองจงและโฮย่า ทั้งสามคนเข้าประจำที่เรียบร้อย แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าอีซองยอลที่อยู่เตียงบนมันนอนหลับอย่างปกติที่เคย ไม่ดิ้นพราดๆ พลิกไปซ้ายทีขวาทีแบบนี้ ... ซองจงได้ยินเสียงพลิกตัวก็ผงกหัวขึ้นมามองหนึ่งที โฮย่าที่ถึงแม้จะพยายามกล่อมตัวเองโดยการยัดหูฟังเข้าไปแล้วเปิดเพลงฮิปฮอปสุดโปรดเพื่อกล่อมนอน แต่เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความไม่สงบที่เกิดขึ้น

ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ชะรอยน้องเล็กสุดสวยกับแดนซ์แมชชีนโฮย่าคนนี้ไม่เป็นอันได้หลับได้นอนแน่ๆ ...

อีกห้องหนึ่งก็สภาพไม่ต่างกันเท่าไรหรอก ถึงแม้ว่าจางดงอูจะได้ชื่อว่าเป็นคนหลับลึกก็เถอะนะ แต่ถ้ามันยังนอนไม่หลับแบบนี้มันก็ลำบากน่ะสิครับ !! เพราะรูมเมทหน้าหล่อมันไม่ยอมปิดไฟนอนซักที ได้แต่บ่นอะไรก็ไม่รู้งึมงำๆ อยู่คนเดียว จะเข้าไปถามก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนการติดต่อกับยานแม่(?) ในมิติที่สี่ของมันรึเปล่า แต่พอจ้องมันไปนานๆ ก็คงจะรู้ตัวและในที่สุดก็ยอมเล่าให้ฟังแต่โดยดี

“ซองยอลเป็นอะไรก็ไม่รู้อะ ไม่ยอมพูดกับผมเลย”

หลังจากที่ได้ฟังดังนั้น สมองอันเฉียบแหลมของเขาก็สามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่าเป็นเพราะอะไร ที่แท้ก็ไม่ยอมหลับยอมนอนคิดมากเรื่องซองยอลนี่เอง ขืนปล่อยไว้แบบนี้เห็นทีจะไม่ได้การ ปัญหาก็ต้องจัดการที่ต้นเหตุสินะ ดงอูตัดสินใจลุกขึ้นมา ก่อนที่จะเดินไปเคาะประตูอีกห้องเบาๆ ซักพักโฮย่าก็เดินออกมาเปิดประตูพร้อมทั้งมองหน้าผู้มาเยือนแบบงงๆ

“เปลี่ยนตัวเถอะ” ดงอูเดินเข้ามาลากซองยอลให้ลงจากเตียง ซองยอลลุกขึ้นมาตีหน้ามึนประหนึ่งว่า ‘ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย’ แต่ก็ค่อยๆ ลงมาจากเตียง เกาหัวแกรกๆ

 

“เคลียร์กันเสร็จแล้วก็มาปลุกฉันด้วยละกัน” ดงอูปีนขึ้นไปนอนบนเตียงตำแหน่งของซองยอลเรียบร้อย ซองจงและโฮย่าเองก็เห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะได้นอนกันอย่างสงบๆ แล้ว จึงปิดไฟไล่ซองยอลทันที

 

“อะไรวะ”

ปากก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ แต่ขาของตัวเองก็พาเดินมาจนถึงห้องอีกห้องซะแล้ว เคาะประตูอยู่สองสามครั้งพอเป็นพิธี แต่ไม่เห็นมีเสียงตอบรับก็เลยเปิดเข้าไป อ้าว... หลับไปแล้วเหรอเนี่ย

 

“พี่ดงอู ออกไปไหนมาเนี่ย” เสียงของมยองซูดังขึ้น เขาถามขึ้นมาในขณะที่กำลังหลับตาอยู่เนี่ยนะ ซองยอลได้แต่หัวเราะเบาๆ และกำลังเริ่มวางแผนจะแกล้ง แต่โชคไม่เข้าข้างเอาซะเลยที่มยองซูดันตื่นขึ้นมาและหันมาจ้องแขกผู้มาเยือนอย่างไม่วางตา

 

“พี่ซองยอล เข้ามาได้ไงอ้ะ แล้วพี่ดงอูไปไหน??”

“โดนไล่มา”

“คิดถึงผมล่ะสิ”

“ไอ้เด็กบ้านี่!”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธที่โดนแซว หรือว่าเขินกันแน่ แต่ซองยอลเองก็ได้แต่หยิบหมอนใบโตมาซัดใส่คนข้างหน้าไปหลายตุ้บแล้ว (เล่นใช้หมอนตีกันนี่มันโคตรจะโรแมนติกเลยอ้ะ )

“แน่ะ ยิ้มได้แล้ว แสดงว่าหายโกรธแล้วสิ”

“โกรธอะไร ฉันโกรธอะไร” ซองยอลตีหน้ามึนทำไม่รู้ไม่ชี้

“ไม่โกรธแล้วทำไมไม่ยอมคุยกับผมล่ะ”

“ก็....”

“ถ้าพี่ไม่บอกผมคงนอนไม่หลับอะ” เจอประโยคนี้ของมยองซูเข้าไป บวกกับสายตาอ้อนๆ อีกนิดหน่อย แค่นี้ซองยอลก็แทบจะละลายแล้ว มยองซูล้มตัวลงไปนอนซักพัก กระพริบตาถี่ๆ ใช้ความคิดอยู่ซักพักแล้วก็ปิ๊งออกมาว่า

“อ๋อ ที่อูฮยอนฮยองแกล้งหลังเวทีใช่มั้ยล่ะ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นซักหน่อย”

“เอ๊า งั้นเรื่องอะไรล่ะครับ”

“พูดอะไรออกไปเคยจำได้บ้างมั้ยเนี่ย เห้อออออ” บอกใบ้ให้เสร็จแล้วก็กลับไปทำหน้าเหวี่ยงต่ออย่างไม่ใยดี ซองยอลแกล้งถอนหายใจออกมาดังๆ นั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่

“เรื่อง จูบจากแฟนๆ น่ะเหรอ??” มยองซูตอบพลางส่งยิ้มไปให้

“......”

ปรี๊ดดดดดด ซองยอลคนนี้กำลังจะระเบิดตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเห็นท่าทางของคนตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีจะรู้สึกผิดอะไรเลยซักนิด แถมยังส่งยิ้มมากวน(ใจ) กันอีก ต่อยเด็กซักหมัดสองหมัดจะบาปมั้ยเนี่ย

 

“เรื่องนี้เอง ขอโทษก็ได้ จะทำยังไงถึงจะหายโกรธเนี่ย ซองยอลอ่า”

ยังไม่ทันที่จะได้ฟังคำตอบว่าจะต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธ ซองยอลก็พุ่งเข้าชาร์จทันทีด้วยการโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงไปจูบริมฝีปากเนียนนุ่มนั้นอย่างช้าๆ โดยที่คนอยู่ในผ้าห่มไม่ได้ดิ้นปัดขัดขืนแต่อย่างใด แค่หลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ก่อนที่จะค่อยๆคลายลงเมื่อเวลาผ่านไปซักครู่

“ฉวยโอกาส!” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้มยองซูเขินหน้าแดงแปร๊ด หัวใจเต้นโครมครามไปถึงไหนแล้ว

“ทำไมอ้ะ แบบนี้เรียกว่าให้ของขวัญต่างหาก ก็บรรลุนิติภาวะแล้วไง”

“โอ๊ย ไม่เห็นแฟร์เลยอ้ะ”

“อยากให้แฟร์ก็จูบฉันตอบดิ...” ซองยอลยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ ต่างกับอีกคนที่กำลังเหวอๆ อยู่ นี่โดนขโมยจูบไม่พอแถมยังมายั่วกันทิ้งท้ายซะแบบนี้ มันน่านักเชียว (น่า... อะไรไปคิดเอาเอง 555) อย่าให้ถึงเวลาได้เอาคืนเชียวนะ

 

ปรับความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว คงจะได้เวลาพักผ่อนจริงๆ ซักทีล่ะนะ เมื่อเวลาผ่านไปซักพัก ความสงบสุขก็เริ่มกลับเข้ามาปกคลุมภายในห้องน้อยๆ แห่งนี้อีกครั้ง หลังจากที่เล่นเกมจ้องตากันจนเบื่อแล้ว อีซองยอลก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“ไปนอนไป๊ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า”

“จะให้ไปไหนล่ะ นี่ห้องผม” เออจริง ...  นึกได้ดังนั้นอีซองยอลก็เตรียมจะลุกออกไป แต่ก็ยังไม่วายโดนเด็กดื้อดึงแขนไว้

“นอนที่นี่แหละ นะ นะ นะ”

“ไม่ต้องเลย”

“กลัวผมปล้ำรึไง?”

“หลับลึกขนาดนั้น ฉันต่างหากล่ะมั้งที่ต้องถามว่าไม่กลัวโดนปล้ำรึไง” ฝีปากดีไม่มีตกเลยจริงๆ อีซองยอลชนะเลิศ

“งั้นก็ตามใจ”

หมดข้ออ้างซะขนาดนี้ มยองซูก็เลยต้องยอมปล่อยให้สุดที่รักเดินออกจากห้องไป โดยทำได้แต่มองตามตาละห้อย ส่วนอีซองยอลนั้นโคตรจะโล่งใจที่หลุดออกมากจากห้องนั้นได้ ขืนได้นอนห้องนั้นคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็นแน่

.

.

คิดอะไรกันน่ะ !

 

ที่ไม่ได้นอนก็เพราะว่าต้องเตรียมตัวรับลูกเตะกับลูกถีบของเจ้าเด็กคนนั้นน่ะสิ หลับลึกยังไม่พอแถมนอนดิ้นระดับ 8 ริกเตอร์ขนาดนั้น ถ้าให้นอนด้วยก็คงต้องขออุปกรณ์เซฟตัวเองอย่างแรงล่ะ

 

แถม*

ซองยอลเดินไปยังห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเปิดไฟ สร้างความวุ่นวายให้กับซองจงและโฮย่าอีกครั้ง ส่วนแขกพิเศษอย่างดงอูน่ะเหรอ ถึงแม้ว่าจะนอนชั้นสองใกล้กับหลอดไฟสว่างขนาดไหน แต่ความสามารถในการหลับของเขานี่ไม่เคยเป็นรองใครเลยจริงๆ หลับลึกไปจนถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมปลุกก็ยังไม่ตื่นอีกต่างหาก

“ดงอู ตื่น ตื่นว๊อยยยย”

“เรียกไปก็เท่านั้นแหละ มันไม่ตื่นหรอก” โฮย่างัวเงียขึ้นมาตอบ ก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนต่ออย่างสบายใจ ซองจงก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ทั้งนั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเดินคอตกกลับไปเคาะห้องเดิมอีกที

 

“ไม่มีที่นอน”

“เห็นมั้ย ในที่สุดก็ต้องนอนกับผมอยู่ดี” ^^

.

.

.

.

Happy Ending

 

และแล้วก็จบวันไปด้วยประการฉะนี้ ... ส่วนมยองซูจะได้เอาคืนหรือไม่ อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
ไปจิ้นต่อกันเองเอง !! ;P

                                                  


Talk : แลดูฟิคนี้ไร้สาระมากถึงมากที่สุด แต่ก็อยากแต่ง ต้นเหตุเพราะคลิปที่แปะไว้ข้างบนเลย
ดูแล้วมันน่ารัก เห็นแอลโดนพวกพี่ๆ แกล้งก็แอบสะใจเบาๆ >w < (แต่ก็รักนะ)
คอมเม้นท์ติชมได้นะคะ ติอย่างเดียวก็ได้นะคะ ไม่ว่ากัน ณ จุดนี้
55555 แค่มาอ่านก็ดีใจแล้ว
อาจจะดูรีบๆ และงงๆ ไปซักหน่อย เพราะว่าเห็นคลิปเมื่อวานและพยายามแต่งรวดเดียวจบเลย
พลอตเรื่องอะไรก็ไม่มีซักอย่าง เป็นอะไรที่ตามใจฉันสุดๆ ... เอาเป็นว่าดูคลิป แล้วขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

Thanks !!

I'll never fall in love again

posted on 14 Jan 2010 22:44 by dreaminz
What do you get when you fall in love?
A guy with a pin to burst your bubble
That's what you get for all your trouble.
I'll never fall in love again.
I'll never fall in love again.
What do you get when you kiss a guy?
You get enough germs to catch pneumonia.
After you do, he'll never phone you.
I'll never fall in love again.
I'll never fall in love again.
Don't tell me what is all about,
'Cause I've been there and I'm glad I'm out,
Out of those chains, those chains that bind you
That is why I'm here to remind you
What do you get when you fall in love?
You get enough tears to fill an ocean
That's what you get for your devotion.
I'll never fall in love again.
I'll never fall in love again.
What do you get when you fall in love?
You only get lies and pain and sorrow.
So, for at least until tomorrow,
I'll never fall in love again!
I'll never fall in love again!

Latest Comments

    Categories